XM

XM

4.8/5

XM เป็นหนึ่งในโบรกเกอร์ที่คุ้นหูและได้รับความนิยมสูงที่สุดในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน (ก่อตั้งในปี 2009) จุดเด่นที่ทำให้ XM ครองใจเทรดเดอร์ชาวไทยคือ "โปรโมชั่นแจกโบนัส" และ "ระบบการศึกษา (Education)" ที่จัดเต็มมาก ถือเป็นโบรกเกอร์ที่เหมาะกับมือใหม่ที่เพิ่งเข้าวงการแบบสุดๆ ครับ

เปิดบัญชี XM

ข้อมูลสำคัญ

ฝากขั้นต่ำ
35
เลเวอเรจสูงสุด
1:1000
แพลตฟอร์ม
MT4, MT5
ประเภทบัญชี
Micro, Standard, Ultra Low

ข้อดี

  • โปรโมชั่นและโบนัสจัดเต็มที่สุด: ถือเป็นราชาแห่งโบนัสเลยก็ว่าได้ มักจะมีโปรโมชั่น "โบนัสไม่ต้องฝากเงิน (No Deposit Bonus)" (เช่น แจกฟรี $30 หรือ $50 ให้เทรดเดอร์ใหม่ไปลองเทรด) รวมถึงมีโบนัสเงินฝาก (Deposit Bonus) 50% หรือ 20% ที่ช่วยเพิ่ม Margin ในการเทรดได้จริง
  • ระบบสะสมแต้ม (XM Loyalty Program): ทุกครั้งที่คุณเทรด จะได้รับแต้ม XM Points (XMP) ซึ่งสามารถนำไปแลกเป็นโบนัสเครดิตสำหรับเทรดต่อ หรือแลกเป็นเงินสดถอนออกมาก็ได้ (ยิ่งเทรดนาน ระดับสถานะยิ่งสูง ยิ่งได้แต้มเยอะ)
  • การศึกษาและสัมมนา (Education & Seminars): XM โดดเด่นมากเรื่องการให้ความรู้ มีคลาสเรียนสด (Webinar) สอนเทรดฟรีทุกวันโดยอาจารย์คนไทย และมักจะจัดงานสัมมนาตามจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
  • ความน่าเชื่อถือสูงมาก (Strong Regulation): เปิดมานานและมีใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลระดับโลกหลายแห่ง เช่น ASIC (ออสเตรเลีย), CySEC (ไซปรัส), FSC (เบลีซ) เป็นต้น
  • ไม่มีค่าธรรมเนียมฝาก-ถอน: ฝาก-ถอนผ่านธนาคารออนไลน์ของไทยได้สะดวกมาก และทาง XM จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมการโอนให้ทั้งหมด
  • ไม่มี Requote: ระบบส่งคำสั่งซื้อขายเสถียร การันตีว่าไม่มีการปฏิเสธคำสั่งซื้อขาย (No Requote)

ข้อเสีย

  • สเปรดในบัญชี Standard ค่อนข้างสูง: หากคุณเทรดด้วยบัญชี Micro หรือ Standard ปกติ สเปรดจะค่อนข้างกว้างเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง Exness หรือ Vantage (แต่แลกมากับการได้โบนัส)
  • เงื่อนไขของบัญชี Ultra Low: หากคุณต้องการสเปรดที่ต่ำลงและเปลี่ยนมาใช้บัญชี XM Ultra Low คุณจะหมดสิทธิ์รับโบนัสเงินฝากทุกประเภท (แต่ยังได้โบนัสเปิดบัญชีครั้งแรกอยู่)
  • ไม่มีบัญชี ECN/Raw Spread แท้ๆ: แม้จะมีบัญชี Ultra Low ที่สเปรดต่ำลง แต่ XM ก็ไม่ได้มีบัญชีประเภท Zero Spread หรือ Raw ECN ที่สเปรดเริ่มต้น 0.0 pips แบบที่สาย Scalper นิยมใช้

รีวิวฉบับเต็ม

XM ถือเป็นหนึ่งใน "พี่ใหญ่" ของวงการ Forex ที่เทรดเดอร์ชาวไทยคุ้นเคยกันดีที่สุด ความสำเร็จของพวกเขาไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่เกิดจากการสร้างรากฐานที่เน้น "ความยุติธรรมในการส่งคำสั่งซื้อขาย" และการทำการตลาดแบบ "เข้าถึงระดับท้องถิ่น (Localization)" อย่างหนักหน่วง

ยุคที่ 1: จุดเริ่มต้นจากไซปรัสภายใต้ชื่อ "Trading Point" (ปี 2009 - 2012)

  • ปี 2009: บริษัทถูกก่อตั้งขึ้นในประเทศไซปรัส (ศูนย์กลางฟอเร็กซ์ของยุโรป) โดย Constantinos Cleanthous และทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน ภายใต้ชื่อบริษัทจดทะเบียนว่า Trading Point of Financial Instruments Ltd.

  • ในยุคนั้น วงการ Forex มักมีปัญหาที่เทรดเดอร์รายย่อยเกลียดมากคือ "Requote" (การปฏิเสธคำสั่งซื้อขายเมื่อราคาเปลี่ยน) และ "การซ่อนค่าธรรมเนียม" * Trading Point จึงสร้างจุดขายที่แข็งแกร่งตั้งแต่วันแรกคือ นโยบาย "No Requotes and No Hidden Fees" (ไม่มีการปฏิเสธคำสั่งซื้อขายและไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝง) ซึ่งทำให้พวกเขาสามารถดึงดูดเทรดเดอร์ที่เบื่อหน่ายกับโบรกเกอร์ที่เล่นแง่ได้สำเร็จ

  • ปี 2010: ได้รับใบอนุญาตจาก CySEC (ไซปรัส) อย่างเป็นทางการ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในตลาดยุโรป

ยุคที่ 2: กำเนิดแบรนด์ "XM" และการขยายตลาดระดับโลก (ปี 2012 - 2015)

  • ปี 2012: บริษัทได้ทำการรีแบรนด์ครั้งยิ่งใหญ่ โดยเปลี่ยนชื่อทางการตลาดจาก XEMarkets มาเป็น "XM" และได้ทุ่มเงินมหาศาลเพื่อซื้อโดเมนเนม XM.com (โดเมน 2 ตัวอักษรที่มีมูลค่ามหาศาลและจำง่ายที่สุด) เพื่อปูทางสู่การเป็นแบรนด์ระดับโกลบอล

  • ช่วงนี้เองที่ XM เริ่มบุกตลาดเอเชียอย่างจริงจัง รวมถึง ประเทศไทย ด้วยกลยุทธ์ที่ล้ำหน้ากว่าคู่แข่งในยุคนั้น คือการจ้างทีมงาน Support และผู้ดูแลบัญชีเป็น "คนท้องถิ่น (Native Speakers)" เพื่อให้ลูกค้าสื่อสารได้ง่ายที่สุด

ยุคที่ 3: ยุคทองแห่งการตลาดและ "ยูเซน โบลต์" (ปี 2015 - 2020)

นี่คือช่วงที่ XM เติบโตแบบติดจรวดและกลายเป็นแบรนด์ที่ใครๆ ก็รู้จัก:

  • ปี 2015: ได้รับใบอนุญาตจาก ASIC (ออสเตรเลีย) ซึ่งเป็นหนึ่งในใบอนุญาตที่ขอยากและเข้มงวดที่สุดในโลก ช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือขึ้นไปอีกขั้น

  • ปี 2016: สร้างความฮือฮาไปทั่วโลกด้วยการเซ็นสัญญาดึงตัว Usain Bolt (ยูเซน โบลต์) ชายที่วิ่งเร็วที่สุดในโลก มาเป็น Brand Ambassador อย่างเป็นทางการ เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์เรื่อง "ความเร็วในการส่งคำสั่งซื้อขาย (Execution Speed)" ของ XM ที่ทำได้ภายในเสี้ยววินาที

  • กลยุทธ์สัมมนาทั่วโลก (Global Seminars): XM โดดเด่นมากในการจัดงานสัมมนาให้ความรู้ฟรีแบบออฟไลน์ (รวมถึงการจัดงานกาล่าดินเนอร์สุดหรู) ในเมืองต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยที่ตระเวนจัดไปตามจังหวัดต่างๆ ทำให้สร้างความผูกพัน (Brand Loyalty) กับเทรดเดอร์รายย่อยได้อย่างเหนียวแน่น

ยุคที่ 4: ความยิ่งใหญ่ระดับสิบล้านบัญชี (ปี 2020 - ปัจจุบัน)

  • จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ปัจจุบัน XM Group มีฐานลูกค้ามากกว่า 10 ล้านบัญชี จาก 190 ประเทศทั่วโลก (ข้อมูลอัปเดตช่วงปีหลังๆ)

  • มีการปรับตัวเข้ากับยุคสมัยด้วยการออกบัญชีประเภท XM Ultra Low เพื่อสู้ศึกเรื่อง "สเปรดต่ำ" กับคู่แข่งหน้าใหม่ๆ ในตลาด

  • ขยายผลิตภัณฑ์ครอบคลุมมากกว่า 1,000 รายการ ทั้ง Forex, คริปโต, ดัชนี, สินค้าโภคภัณฑ์ และการเปิดตัวบัญชี Shares สำหรับเทรดหุ้นต่างประเทศโดยเฉพาะ

  • ได้รับรางวัลระดับโลกมากกว่า 100 รางวัลตลอดทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะรางวัลในหมวดหมู่ "การบริการลูกค้ายอดเยี่ยม" และ "ความโปร่งใสในการให้บริการ"

ภาพรวมใบอนุญาตและการกำกับดูแล (Regulation)

XM Group ขยายโครงสร้างองค์กรไปทั่วโลกเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายของแต่ละภูมิภาค:

1. Trading Point of Financial Instruments Ltd (CySEC - ไซปรัส): ดูแลลูกค้ายุโรป

2. Trading Point of Financial Instruments Pty Ltd (ASIC - ออสเตรเลีย): ดูแลลูกค้าในออสเตรเลีย

3. Trading Point of Financial Instruments UK Ltd (FCA - สหราชอาณาจักร): ดูแลลูกค้าในอังกฤษ

4. XM Global Limited (FSC - เบลีซ): ดูแลลูกค้ารายย่อยทั่วโลก รวมถึง ประเทศไทย เพื่อให้สามารถจัดโปรโมชั่นโบนัสและให้เลเวอเรจสูงๆ (สูงสุด 1:1000) ได้อย่างอิสระ

พร้อมเริ่มเทรดกับ XM?

เปิดบัญชีวันนี้และเริ่มต้นเส้นทางการเทรดของคุณ

เปิดบัญชี XM