บทวิเคราะห์ราคาทองคำ ประจำวันที่ 5 มีนาคม 2569
ทองคำไต่ระดับเข้าใกล้ 5,200 ดอลลาร์ หลังสงครามอิหร่านกระตุ้นความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย
ราคาทองคำปรับตัวบวกต่อเนื่องเป็นช่วงการซื้อขายที่สองติดต่อกันในวันพฤหัสบดี เนื่องจากเทรดเดอร์ต่างมองหาแหล่งพักเงินที่ปลอดภัยท่ามกลางสงครามที่กำลังดำเนินอยู่ในตะวันออกกลาง การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลทั่วอาณาเขตของอิหร่าน รวมถึงการตอบโต้ด้วยขีปนาวุธและโดรนอย่างเป็นวงกว้างของอิหร่านทั่วตะวันออกกลาง (ซึ่งรวมถึงการโจมตีเป้าหมายในภูมิภาคและฐานทัพทหาร) ได้ยืดเยื้อวิกฤตการณ์และผลกระทบในครั้งนี้ออกไป
1. การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis)
อ้างอิงจากมุมมองของกราฟ 30 นาที:
- มุมมองหลักระหว่างวัน (Intraday Bias): เป็น เชิงบวก (Bullish) ตราบใดที่ราคายังคงสามารถยืนเหนือระดับจุดหมุน (Pivot Point) ที่ 5,130 ดอลลาร์ ได้
- กลยุทธ์การเทรด (Trading Strategy): สถานะซื้อ (Long/Buy): แนะนำให้อยู่ฝั่งซื้อเมื่อราคาอยู่เหนือ 5,130 ดอลลาร์ โดยมีระดับเป้าหมายทำกำไร (Resistance) ถัดไปที่ 5,195 ดอลลาร์ และ 5,225 ดอลลาร์ ตามลำดับ
- ทางเลือกสำรอง (Alternative Scenario): หากราคาไม่สามารถรักษาระดับได้และหลุดต่ำกว่า 5,130 ดอลลาร์ลงมา โมเมนตัมอาจเปลี่ยนเป็นแนวโน้มขาลงระยะสั้น โดยมีระดับแนวรับ (Support) เป้าหมายอยู่ที่ 5,080 ดอลลาร์ (ซึ่งระดับนี้สอดคล้องกับเส้นค่าเฉลี่ย 21-day SMA ในข่าวพอดี ทำให้เป็นโซนแนวรับที่แข็งแกร่งมาก) และแนวรับถัดไปที่ 5,050 ดอลลาร์
- สัญญาณอินดิเคเตอร์: RSI: แสดงสัญญาณทั้งบวกและลบปะปนกัน บ่งชี้ว่าแม้จะมีแรงซื้อหนุนอยู่ แต่ตลาดมีความผันผวนและควรเทรดด้วยความระมัดระวัง
ภาพรวมราคายังคงทรงตัวอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Averages) หลักๆ ซึ่งยังคงสนับสนุนโครงสร้างขาขึ้นในภาพรวม
2. การวิเคราะห์ทางปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis)
ภาพรวมปัจจัยพื้นฐานยังคงน้ำหนักไปทางฝั่งที่ สนับสนุนราคาทองคำ (Bullish) แต่มีปัจจัยด้านตัวเลขเศรษฐกิจบางส่วนที่เข้ามาสกัดกั้นไม่ให้ราคาพุ่งขึ้นแรงเกินไป:
ปัจจัยหนุนราคาทองคำ (Bullish Factors):
- สงครามตะวันออกกลาง (Safe-haven Demand): ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงและขยายวงกว้างระหว่าง สหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน (การโจมตีทางอากาศ, การใช้ขีปนาวุธและโดรน) ทำให้นักลงทุนแห่ซื้อทองคำเพื่อหลบภัยความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์
- ทิศทางนโยบายของ Fed (Dovish Outlook): การเสนอชื่อ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) เป็นประธาน Fed คนใหม่ สร้างความหวังให้กับตลาด เนื่องจากเขามีแนวคิดสนับสนุนการผ่อนคลายนโยบาย ซึ่งอาจนำไปสู่การลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปีนี้ (ทองคำมักปรับตัวขึ้นเมื่อดอกเบี้ยมีแนวโน้มลดลง)
ปัจจัยกดดัน/เฝ้าระวัง (Bearish / Limiting Factors):
- ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง: ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน (ADP) และดัชนีภาคบริการ (ISM) ที่แข็งแกร่งกว่าคาดการณ์ ช่วยหนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ซึ่งเป็นปัจจัยสกัดกั้นการขึ้นของราคาทองคำในระยะสั้น
- ความกังวลด้านเศรษฐกิจจีน: จีนปรับลดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2026 ลงมาอยู่ที่ 4.5% - 5% ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ทองคำในระดับมหภาค เนื่องจากจีนเป็นผู้บริโภคทองคำรายใหญ่ที่สุดของโลก
ปัจจัยที่ต้องติดตามเร็วๆ นี้:
- ตัวเลข ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (US Jobless Claims) ของสหรัฐฯ หากตัวเลขออกมาแย่กว่าคาด จะเป็นแรงหนุนให้ทองคำพุ่งขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 5,195 ได้ง่ายขึ้น
สรุป: ทองคำมีโมเมนตัมขาขึ้นที่ชัดเจนจากเรื่องสงคราม จุดตัดสินใจสำคัญของวันนี้อยู่ที่ระดับ 5,130 หากยืนได้ก็มีลุ้นไปต่อที่ 5,195 - 5,225 แต่ถ้าหลุดก็เตรียมรอดักซื้อที่แนวรับแข็งแกร่งบริเวณ 5,080 ครับ