ราคาทองคำร่วงหลุด $5,300 ท่ามกลางดอลลาร์ที่แข็งค่า สวนทางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ราคาทองคำเผชิญกับแรงเทขายในระหว่างวันจนปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับ $5,300 ในวันอังคาร โดยปัจจัยหลักมาจากดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ที่พุ่งสูงขึ้นแตะระดับสูงสุดใหม่นับตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม ความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งที่ขยายวงกว้างในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยหนุนความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
มุมมองทางเทคนิค (Technical Overview)
- แนวโน้มหลัก: การที่ราคาสามารถยืนเหนือแนวต้านเดิมที่ $5,200 และอยู่สูงกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 100-period SMA บ่งชี้ว่าภาพรวมขาขึ้นยังไม่เสียไป แม้จะมีความผันผวน
- สัญญาณบ่งชี้: ค่า RSI อยู่ที่ระดับ 59 (ยังไม่เข้าเขตซื้อมากเกินไป) และ MACD แสดงให้เห็นว่าแรงส่งฝั่งขาลงเริ่มแผ่วลง
- แนวต้าน: $5,390 และ $5,410 หากผ่านไปได้จะมีเป้าหมายถัดไปที่ $5,450
- แนวรับ: $5,340 และ $5,320 โดยมีแนวรับสำคัญอยู่ที่เส้น SMA ที่ประมาณ $5,230 และฐานราคาทางจิตวิทยาที่ $5,300
วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Overview)
1. ปัจจัยลบต่อทองคำ:
การลดความคาดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยอย่างรุนแรงของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และกดดันราคาทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
2. ปัจจัยหนุนทองคำ (ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์):
สถานการณ์อิหร่าน: มีรายงานการยิงขีปนาวุธและโดรนใส่หลายประเทศในอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงเหตุโดรนโจมตีสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย
ช่องแคบฮอร์มุซ: กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการขนส่งน้ำมัน
ท่าทีของสหรัฐฯ: นายมาร์โก รูบิโอ รมว.ต่างประเทศ และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณเตือนถึงการยกระดับการโจมตีที่รุนแรงขึ้นในอิหร่านภายใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า พร้อมเตือนให้พลเมืองสหรัฐฯ ออกจากตะวันออกกลางทันที
สรุป: แม้สถานการณ์สงครามจะช่วยพยุงไม่ให้ทองคำร่วงลงหนัก แต่ความแข็งแกร่งของเงินดอลลาร์ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ นักลงทุนควรใช้ความระมัดระวังก่อนการเปิดสถานะซื้อเพิ่มในสภาวะที่ตลาดรอความชัดเจนจากสถานการณ์ในอิหร่าน